เว็บไซต์ บางหน้าอยู่ในระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ ขออภัย ในความไม่สะดวก
สมาชิกเข้าระบบ






















ห้องสมุด > สาระน่ารู้ > "ป๋อง สุพรรณ" > เที่ยววัด?ไหว้พระ เมืองสุพรรณ

เที่ยววัด?ไหว้พระ เมืองสุพรรณ

 ถ้าหากท่านมีเวลาว่างสัก  1-2  วัน  อยากจะไปเที่ยวไหว้พระใกล้ๆ กรุงเทพฯ  และสนใจจะไปไหว้พระที่จังหวัดสุพรรณบุรี  ผมขอรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังเพราะ  ณ  ดินแดนยุทธหัตถีแห่งนี้  มีวัดศักดิ์สิทธิ์มากมายให้ท่านท่องเที่ยวเพื่อเป็นสิริมงคล  เหมาะสำหรับชวนครอบครัวญาติมิตรสหายมาเยือน
.............................................................................................................................................................


วัดพระรูป   จังหวัดสุพรรณบุรี

  วัดพระรูปตั้งอยู่ริมถนนขุนช้าง  ตำบลท่าพี่เลี้ยง  ฝั่งตะวันตกแม่น้ำสุพรรณ
  วัดพระรูปเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับโบราณสถาน  และโบราณวัตถุอันล้ำค่าของวัด ซึ่งเป็นศิลปะสมัยทวารวดี เดิมเป็นวัดเก่าที่ผ่านความรุ่งเรืองและเป็นวัดร้างมาแล้วหลายครั้งหลายครา  เมื่อสุนทรภู่เดินทางมาสุพรรณ  ในปี พ.ศ.  2378  ได้กล่าวถึงวัดนี้ไว้ในโคลงนิราศสุพรรณว่า

         ฝั่งซ้ายฟากโน้น            พิสดาร
         มีวัดพระรูปบุราณ          ท่านสร้าง
         ที่ถัดวัดประตูสาร           สงฆ์สู่  อยู่เอย
         หย่อมย่านบ้านขุนช้าง   ชิดข้างสวน  บัลลังก์


  ร้อยพระพุทธบาทไม้จำหลัก  เป็นสมบัติที่ล้ำค่าของชาติสงบงามทั้งศิลปะและคุณค่าทางศาสนา  ซ่อนตัวอยู่ที่วัดนี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักทั้งที่เป็นของมีค่าควรเมือง  ว่ากันว่าผู้รักงานศิลปะและโบราณคดี  หากได้มาชมก็จะต้องถามตัวเองว่าทำไมต้องมา  ?
  นอกจากนี้ยังมี  พระพุทธรูปปางไสยาสน์ก่ออิฐถือปูนขาวโบราณ   พุทธศิลปะสมัยอู่ทอง   สวยงามมาก
  ถือเป็นงานช้างชั้นครูทีเดียว  ยังมีระฆังอายุ  200  ปี เก๋งจีน  และธรรมาสน์สังเค็ดสมัยอยุธยาให้ชมและศึกษาอีกด้วย
????????????????????????.......
วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

  วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ในตำบลรั้วใหญ่  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี  ริมถนนมาลัยแมน  ห่างศาลากลางจังหวัดประมาณ  3  กิโลเมตร  ไม่ปรากฏประวัติเป็นหลักฐานว่าสร้างแต่สมัยใด  มีเพียงข้อความในพงศาวดารเหนือ  กล่าวถึงการสร้างวัดนี้ไว้ว่า
  ?ขณะนั้นพระเจ้ากาแต  เป็นเชื้อมาแต่นเรศวรหงสา ได้มาเสวยราชสมบัติแล้วบูรณะวัดโปรดสัตว์วัดหนึ่ง  วัดภูเขาทองวัดหนึ่ง  วัดใหญ่วัดหนึ่ง  สามวัดนี้แล้วให้มอญน้อย  เป็ฯเชื้อมาแต่พระองค์ออกไปสร้างวัดสนามชัยแล้วมาบูรณะพระป่าเลไลยก์ในวัดลานมะขวิก  แขวงเมืองพันธุมบุรี?
  จากหลักฐานนี้สันนิษฐานได้ว่า  เดิมวัดป่าเลไลยก์ชื่อ ?วัดลานมะขวิด?  ภายหลังเปลี่ยนเป็น  ?วัดป่าเลไลยก์?  ตามพระพุทธรูปองค์ใหญ่
  วัดป่าเลไลยก์คงจะโรยราไปพร้อมๆ กับการสิ้นสภาพของเมืองสุพรรณบุรี  เพิ่มมาได้รับการบูรณครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้บูรณะ
1. พระวิหารใหญ่
  พระวิหารใหญ่  เป็นวิหารหลังคา  5  ชั้น  สูง  28.5  เมตร   กว้าง  23.3  เมตร  ยาว  31.1  เมตร  หน้าบันด้านหลังมีช่องหน้าต่าง  3  ช่อง  ด้านข้างๆ ละ  8  ช่อง  ประตูเข้าอยู่ด้านหน้า  3  ประตู  ประตูกลางเป็นประตูใหญ่  กว้าง  3.15  เมตร  สูง  6.44  เมตร  หน้าบันด้านหน้ามีตราพระมหามงกุฎ
  เดิมเข้าใจกันว่าพระวิหารใหญ่นี้เป็นเพิงกุฎิครอบเฉพาะองค์พระป่าเลไลยก์  ภายหลังมาสร้างวิหารต่อเมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  วิหารเกิดชำรุดจึงโปรดเกล้าฯ  ให้บูรณะดังปรากฎหลักฐานในพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่  4  ฉบับของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ว่า
  ?ที่เมืองสุพรรณบุรี  พระป่าเลไลยก์เครื่องบนชำรุดไปหมดก็โปรดให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ไปทำเครื่องบนเสียใหม่และสิ่งใดชำรุดก็ให้ซ่อมแซมขึ้น?
  นี่คือที่มาของตรามหามงกุฎ  ซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าบันพระวิหาร

2. พระป่าเลไลยก์  (หลวงพ่อโต)
 พระพุทธรูปป่าเลไลยก์  สันนิษฐานว่า  เดิมสร้างตามแบบทวารวดีเป็นปางพระทานปฐมเทศนา  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงกพระนิพนธ์ในหนังสือตำนานพระพุทธเจดีย์ว่า
 ?พระพุทธรูปป่าเลไลยก์องค์ใหญ่ที่เมืองสุพรรณบุรีเดิมก็สร้างตามแบบทวารวดี  เป็นปางประทานปฐมเทศนา  ครั้นนานมาก็หักพังมาปฎิสังขรณ์ในสมัยลังกาวงศ์จึงแปลงเป็นพระป่าเลไลยก์?
 จากหลักฐานพงศาวดารเหนือกล่าวว่า  พระมหาเถรไหลลายได้อัญเชิญพระบรมธาตุมาบรรจุในองค์พระป่าเลไลย์ไว้  36  องค์  ดังความตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า
 ?พระมหาเถรไหลลายองค์หนึ่ง เป็นเชื้อมาแต่พระรามเทพมาก่อน  ได้พระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า  650  พระองค์  กับทั้งพระศรีมหาโพธิ์สองต้นมาแต่เมืองลังกาสีหฬ  จึงเชิญพระบรมธาตุ  แล้วมาบรรจุไว้ในพระป่าเลไลยก์  นอกเมืองพันธุมบุรีนั้น  36  องค์?
 พระป่าเลไลยก์เป็นพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทพระหัตถ์ขวาหงาย  พระหัตถ์ซ้ายคว่ำวางบนพระชานุ  ความสูง  23.48 เมตร  รอบพระวรกาย  11.20  เมตร  เป็นพระปูนปั้นปิดทอง
3. วิหารเล็ก  (วิหารหลวงพ่อนาค)
  วิหารหลวงพ่อนาค  อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดป่าเลไลยก์  สุดเขตวัด ริมประตูทางเข้าโรงเรียนวัดป่าเลไลยก์หน้าวิหารอยู่ชิดบ้านเอกชน  เป็นวิหารที่สร้างในชั้นหลัง  หน้าบันทั้งสองด้านลักษณะเดียวกัน  เป็นลายปูนปั้นพระอิศวรทรงโคศุภราช  และลายดอกไม้ใบไม้  ภายในพระวิหารมีพระพุทธรูปแต่ไม่มีเศียรเพราะถูกมิจฉาชนลักตัดไป  วิหารนี้น่าจะเป็นของวัดโคกกระต่าย (วัดร้าง)  ซึ่งปัจจุบันเป็นสนามของโรงเรียนวัดป่าเลไลยก์
............................................................................................................................................................
วัดน้อยสุพรรณ

  ชาวบ้านมักเรียก ?วัดหลวงพ่อเนียม?  ตั้งอยู่ริมน้ำสุพรรณในตำบลโคกคราม  ด้านหลังวัดมีถนนลาดยางตัดผ่านเหมือนๆ กับอีกหลายวัดที่อยู่ริมน้ำด้วยกัน  หลวงพ่อเนียมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่มีชื่อเสียมากที่สุดในเมืองสุพรรณท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อปาน  วัดบางนมโค  และหลวงพ่อโหน่ง  วัดคลองมะดัน  กล่าวกันว่าท่านเคยไปเรียนวิชากับสมเด็จพระพุฒาจารย์โต  วัดระฆังโฆษิตาราม  วิหารวัดน้อยมีจิตรกรรมฝาผนังแต่เสียหายชำรุดไปหมด  มีโอกาสแวะไปนมัสการปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อเนียม  ก็ถือว่าเป็นมงคลแกชีวิตแล้ว
.............................................................................................................................................................
วัดอัมพวัน  วัดคลองมะดัน  หรือวัดหลวงพ่อโหน่ง

  ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดคลองมะดันหรือวัดหลวงพ่อโหน่ง  ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ  1  กิโลเมตร  บริเวณวัดแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส  พระนอนองค์ใหญ่   และมณฑปสร้างโดยหลวงพ่อโหน่ง  ปัจจุบันทางวัดได้สร้างห้องสมุดหลังใหญ่ไว้เป็นแหล่งให้ความรู้แก่ชุมชน  มีคลองกั้นเขตสังฆาวาส  ทางวัดใช้จัดงานลอยกระทง ประชาชนนิยมไปเที่ยวงานกันมาก เพราะมีสภาพที่เหมาะกับงาน
  หลวงพ่อโหน่งอดีตเจ้าอาวาสเป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั่วไป ปัจจุบันทางวัดได้สร้างมณฑปหลังใหญ่สวยงามตระการตา  เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อโหน่ง
  หากได้ไปนมัสการปิดทองจะได้ทั้งบุญ และซาบซึ่งกับวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อโหน่ง  ซึ่งได้รับความเคารพศรัทธาจากสาธุชนมาจนทุกวันนี้
.............................................................................................................................................................

วัดเขาดีสลัก  จังหวัดสุพรรณบุรี

  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5  ตำบลดอนคา  อำเภออู่ทอง  มีพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินสีเขียว  พุทธลักษณะเป็นพระพุทธบาทนูนไม่เหมือนกับที่อื่น  นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี  ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและสร้างมณฑปทรงไทยสวยงามครอบเอาไว้ปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณตัดถนนลาดยางขึ้นไปสู่มณฑปบนยอดเขาสร้างระฆังเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ครบรอบ  72  พรรณนา  นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีน่าไปศึกษาอย่างยิ่ง
.............................................................................................................................................................
วัดพระธาตุ  (ศาลาขาว)

  วัดพระธาตุ  ตั้งอยู่ตำบลศาลาขาว  อำเภอเมือง   จังหวัดสุพรรณบุรี  ริมถนนมาลัยแมนตรงข้ามตลาดสวนแตง  คนท้องถิ่นมักเรียกว่าวัดพระธาตุนอกหรือวัดพระธาตุสวนแตง  เพราะอยู่นอกเมือง  และให้ต่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงเสด็จไปสระศักดิ์สิทธิ์  ตรัสเรียกว่า  ?วัดหน้าพระธาตุเมืองเก่า?  ภายในวัดมีศาสนสถานโบราณ  คือ  พระปรางค์  สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยามีขนาดย่อมกว่าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  กรมศิลปากรและจังหวัดเคยเปิดกรุพระปรางค์องค์นี้  เมื่อ  พ.ศ.  2505  พบโบราณวัตถุร่วมสมัยกับวัดราชบูรณะ  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   หากเชื่อว่าอิฐเพียงก้อนหนึ่งก็สามารถบ่งบอกความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย  และวัดพระธาตุก็ไม่น่าจะผิดหวัด
.............................................................................................................................................................
วัดพระนอน

  เดิมเป็นวัดร้าง มีเพียงซากปรักหักพังของพระพุทธรูปและโบราณสถานมีพระพุทธรูปนอนหงายอยู่องค์หนึ่งแปลกพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด) วัดปากน้ำภาษีเจริญ  ล้วนเคยได้รับการศึกษาจากวัดนี้
  จากพระนอนทั่วไปที่บรรทมด้วยสีหไสยาสน์ ผู้รู้บางท่านสันนิษฐานว่าเป็นพระพระพุทธรูปยืนมาก่อนแล้วล้มลงต่อมาพระปลัดบุญส่งได้มาพัฒนาและเพาะเลี้ยงปลาบริเวณหน้าวัดเป็นอุทยานวังมัจฉา ฝูงปลาน้ำจืดหลากชนิดมาอาศัยพึ่งใบบุญนานเข้าจำนวนก็เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จำเป็นของจังหวัดอีกแห่งหนึ่งทางวัดได้สร้างมณฑปหลังใหม่เป็นที่ประดิษฐานพระนอนสวยงามมากปลูกสวนผลไม้ทำให้วัดร่มรื่นน่าแวะมาเยี่ยมชม
  วัดตั้งอยู่ทางเข้าแยกถนนมาลัยแมน ตรงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ  10  กิโลเมตร  ให้ท่านเลี้ยงปลา-ปิดทองไหว้พระ  ซื้อผลไม้ในสวนเป็นของฝากบุญก็ได้ใจยิ่งเบิกบาน
.............................................................................................................................................................
วัดสุวรรณภูมิ

  เดิมชื่อ  ?วัดกลาง?  สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและคงจะร้างไปคราวหนึ่งเมื่อได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์จึงเรียกว่า  ?วัดใหม่?  เมื่อ พ.ศ. 2459  สมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ทางเรือ และได้ทรงเปลี่ยนแปลงคณะสงฆ์ในสุพรรณใหม่
  มีเกร็ดประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเล่าว่า เดิมตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นของหลวงพ่อภู  (พระครูวิบูลเมธาจารย์)  วัดประตูสาร  แต่ท่านไม่ได้รับหนังสือกำหนดการเสด็จของพระมหาสมณฯ จึงไม่ได้เตรียมตัวต้อนรับ หากหลวงพ่อที่วัดสุวรรณภูมิได้ตระเตรียมรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติจัดให้มีการสวดมนต์พระมหาสมณฯ  เทศน์โปรดพระและญาติโยมตลอด 3 วัน ที่พักอยู่ที่วัดใหม่เป็นที่โปรดปรานมากจึงยกพระครูวิบูลเมธาจารย์เป็นกิตติมศักดิ์ ตั้งหลวงพ่อลีเป็นเจ้าคณะจังหวัดแทนและประทานนามใหม่ว่า  ?วัดสุวรรณภูมิ?
  บริเวณวัดมีโรงเรียนปริยัติธรรมหลังใหญ่ที่สวยงามมากแต่ที่น่าสนใจที่สุดเป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช  (ปุ่น  ปุณณสิริ)  มีวัตถุโบราณล้ำค่าด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมมากกว่า  4000  ชิ้น  ผู้สนใจวัตถุโบราณไม่น่าพลาด
.............................................................................................................................................................
วัดหน่อพุทธางกูร

  ตั้งอยู่ที่ตำบลพิหารแดงฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณเดิมชื่อวัดมะขามหน่อ  การสร้างวัดมีหลักฐานเพียงสมัยรัตนโกสินทร์เท่านั้น  แต่มีเกร็ดประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านพลูหลวง  กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา  เดิมเป็นเพียงนายทหารผู้ชำนาญในการช้างศึก  จึงไปรับราชการยังกรุงศรีอยุธยาทำความดีความชอบ  จนกระทั่งสถาปนาเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พลูหลวง  นับว่าเป็นผู้ที่มีปณิธานที่มุ่งมั่นเป็นตัวอย่างที่ดีน่าศึกษาทีเดียว
  พระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามและยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ถึงกับชำรุดเสียหายมากนักเนื้อหาของภาพเป็นเรื่องทศชาติชาดก  พระพุทธประวัติ  พระธาตุจุฬามณี และภาพเทพชุมนุม  ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้เป็นฝีมือของนายคำ  ซึ่งเป็นชาวลาวที่โดนกวาดต้อนมาในสมัยกบฏเจ้าอนุวงศ์และนายเทศบุตรเขต  หากมีโอกาสแวะเยี่ยมชมอย่าลืมนมัสการปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อคำ  ยอดเกจิอาจารย์ของเมืองสุพรรณในอดีตกล่าวกันว่าเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ขลังนัก
.............................................................................................................................................................
วัดแค

  ตั้งอยู่บ้านค่ายเก่า  หมู่ที่ 1  ตำบลรั้วใหญ่  อำเภอเมือง  ฝั่งตะวันตกของริมแม่น้ำสุพรรณอยู่ขวามือจากถนนสุพรรณบุรี ? โพธิ์พระยา  คนทั่วไปรู้จักวัดแคจากวรรณคดีเรื่องขุนช้าง - ขุนแผน  ว่าเป็นวัดที่สมภารคงจำพรรษา  และเณรแก้วมาเรียนวิชาด้วยตามความในเสภาว่า

         ครานั้นโฉมเจ้าเณรแก้ว             หนีสมภารแล้วไม่กลับได้
         ยิ่งคิดเสียนานให้จนใจ               อยู่วัดป่าเลไลยก์ก็ช้านาน
         วิชาไม่ชำนาญเชี่ยวชาญแน่      ยังวัดแคนั้นว่าเยี่ยมเหี้ยนหาญ
         แม่ทองประศรีบอกมาก็ช้านาน   ว่าสมภารชื่อคงเป็นคนดี

  วัดแคคงผ่านความเจริญรุ่งเรือง และโรยรามาหลายยุคสมัยเช่นเดียวกันกับเมืองสุพรรณ  วัดแคเคยเป็นที่ประทับแรมคราวประพาสต้นของในหลวงรัชกาลที่  5  มีเรื่องเล่ากันสนุนสนานหากสนใจหาอ่านได้ที่วัดแคมีต้นมะขามยักษ์ใหญ่ประมาณ 5 คนโอบ  วัดโดยรอบต้นได้ประมาณ 8.50 เมตร  อายุนับร้อยปีเชื่อกันว่าเป็นต้นเดียวกับที่ขุนแผนใช้เสกใบมะขามเป็นต่อ ? แตน  สู้ข้าศึกในสงคราม
  นอกจากนี้ ยังมีเรือนไทยโบราณเรียกกัน  ?คุ้มขุนแผน?  จังหวัดสุพรรณบุรี  สร้างไว้เพื่ออนุรักษ์เรือนไทยให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาสถาปัตยกรรมไทย
.............................................................................................................................................................
วัดสองพี่น้อง

  ตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลสองพี่น้องสร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  มีหลักฐานปรากฏว่าพระอาจารย์คงแห่งวัดสองพี่น้อง  แขวงเมืองสุพรรณบุรี  ชำนาญทางเตโชกสิณและวิปัสสนากรรมฐาน  ได้รับการอาราธนานิมนต์ไปเป็นอาจารย์สอนวิชาแก่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ณ  กรุงศรีอยุธยาและเป็นผู้สร้างแหวนพระพิรอดวัดสองพี่น้องมีความสำคัญแต่โบราณ มีชื่อเดียวกับอำเภอ เป็นวัดที่เป็นแหล่งให้การศึกษาแก่ประชาชนในท้องถิ่นมาโดยตลอดทั้งทางโลกและทางธรรม สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17  (ปุ่น  ปุณณสิริ)  และพระมงคลเทพมุนี  (หลวงพ่อสด)
วัดปากน้ำภาษีเจริญ  ล้วนเคยได้รับการศึกษาจากวัดนี้
  ชัยภูมิของวัดสวยงามมาก มีคลองสองพี่น้องล้อมรอบเป็นวงโค้งเหมือนวัดตั้งอยู่บนเกาะ  กุฏิพระสงฆ์เป็นไม้สักทรงไทยทั้งสิ้นกว่า  60 ห้อง  พระอุโบสถตั้งอยู่บนโคกสูงกว่าระดับน้ำในฤดูน้ำท้วม  หลังคาอุโบสถเทคอนกรีตเป็นหลังแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี  กดเป็นรูปกระเบื้องตลอดทั้งหลัง ภายในและภายนอกมีจิตรกรรมฝาผนังงามมาก  ที่วิหารเก่ามีพระพุทธรูปปางไสยาสน์สวยงามไม่แพ้ที่อื่น  มณฑปทรงไทยปนจีนประดิษฐานรูปหล่อของบูรพาจารย์ของวัดไว้ให้ประชาขนกราบไหว้บูชา  หากเดินเล่นชมวัดจะพบต้นไม้พูดได้พูดเป็นพุทธภาษา และสุภาษิตสอนใจแทบทุกต้นเสียด้วย
.............................................................................................................................................................
วัดไผ่โรงวัว

  ชาวบ้านมักเรียกวัดหลวงพ่อขอม  ตั้งอยู่ริมคลองพระยาบันลือเดิมเป็นที่เลี้ยงวัวของชาวบ้าน  หลวงพ่อขอมได้รับอาราธนานิมนต์จากวัดบางสามให้เป็นเจ้าอาวาสและท่านได้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างที่วัดไผ่โรงวัวอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
  หากมาจากกรุงเทพฯ จะมีถนนแยกตรงลาดบัวหลวงแลเห็นพระใหญ่ และสิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุตั้งตระหง่านเป็นหมู่ใหญ่  บริเวณวัดกินเนื้อที่หลายร้อยไร่ยากที่จะเที่ยวชมให้ทั่วถึงได้
  พระพุทธโคดมพระพุทธรูปสำริดใหญ่ที่สุดในโลกเป็นงานชิ้นแรกของหลวงพ่อขอมที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศรู้จัก  ประสาทสามฤดูที่เจ้าชายสิทธัตถะทิ้งออกบวชอย่างไม่แยแส  ตอนนี้ดูจะคร่ำครึไปมากและยิ่งพิศก็ยิ่งเห็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์  วิหารสามร้อยยอดและนิโครธารามมหาวิหาร  สวยงามเหมือนยกประสาทมาตั้งไว้ภาพยนตร์แนวจักรๆ วงศ์ๆ  มาปักหลักถ่ายทำบังมุมเล่นกล้องวันละหลายๆ เมือง  ที่ขาดไม่ได้คือเมืองนรกที่สร้างเพื่อเป็นคติสินใจให้กลัวบาปแต่นักนิยมหวยใต้ดินแปรเจตนาเป็นตัวเลขได้อย่างน่าอัศจรรย์
.............................................................................................................................................................
วัดมะนาว

  ตั้งอยู่ตำบลทับรีเหล็ก  ริมถนนสุพรรณ ? บางสาม  หน้าวัดติดริมแม่น้ำสุพรรณ  คงเป็นวัดโบราณสมัยอยุธยาในโครงนิราศสุพรรณ  สุนทรภู่ได้กล่าวถึงวัดมะนาวว่า

  ถึงหน้าท่าน้ำวัด  มะนาวหวาน
         ฤาเรื่องเบื้องโบราณ  ร่ำพร้อง
         หวานอื่นคลื่นไส้นาน นักเบื่อ  เหลือแม่
         หวานแต่น้ำคำน้อง  เสนาะน้ำ  คำหวาน

  หลวงพ่อโบ้ยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถือจากพระและชาวบ้านทั้งสุพรรณท่านเป็นอาจารย์ชั้นธุดงค์ของพระสงฆ์ที่ต้องการออกรุกขมูลท่านได้สร้างพระพุทธรุปและพระเครื่องจำนวนมากแจกจ่ายกับผู้ศรัทธาปัจจุบันเป็นวัดที่นำไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง  พระครูสิริวรธรรมาภินันท์เจ้าอาวาสได้พัฒนาโดยการบูรณะกุฏิทรงไทยหมู่ใหญ่ล้อมหอสวดมนต์มีใต้ถุนสูง  ปรับภูมิทัศน์  บริเวณวัดปลูกหญ้าจัดสวนหย่อม
  ตลอดริมน้ำ  มีเรือยนต์ให้นั่งชมแม่น้ำสุพรรณได้บรรยากาศที่หาชม ได้ยากอย่างยิ่ง
  วัดมีงานเทศกาลประจำปี  2  ครั้ง  คือ  ช่วงเทศกาลสงกรานต์และลอยกระทงน่าไปเที่ยวชมเพราะเป็นงานที่อนุรักษ์ขนบประเพณีไทยไว้อย่างมีคุณค่า

วันที่ : 18 ตุลาคม 2007 เวลา 14:49:47 น.
อับเดท : 18 ตุลาคม 2007 เวลา 14:51:01 น.
ดูแล้ว : 4,130 ครั้ง