เว็บไซต์ บางหน้าอยู่ในระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ ขออภัย ในความไม่สะดวก
สมาชิกเข้าระบบ






















ห้องสมุด > สาระน่ารู้ > บทความสังคมนักสะสม > สังคมนักสะสม ๘

สังคมนักสะสม ๘

สังคมนักสะสม

          สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน  พบกันอีกครั้ง ในฉบับที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวัดพุทไธศวรรย์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับองค์พ่อจตุคามรามเทพอย่างไร และวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามรามเทพ วัดพุทไธศวรรย์  แยกประเภทออกเป็นหมวดหมู่  กี่ประเภท อะไรบ้าง  และผมได้เขียนถึงรายละเอียดของเหรียญรุ่นแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับวัดพุทไธศวรรย์จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือเหรียญพระปิดตาศรีมหาราชพังพะกาฬ รุ่นมรดกพ่อ  มาในฉบับนี้  ผมขอนำเสนอเรื่อง  เครื่องรางของขลังวัดพุทไธศวรรย์มีอะไรบ้าง  และจะนำเสนอเกี่ยวกับเครื่องรางชนิดหลักๆมีอะไรบ้าง มีพุทธคุณทางด้านไหน

    

            เครื่องรางของขลังของวัดพุทไธศวรรย์นั้นผู้สร้างคือ ท่านอาจารย์โชติ  เครื่องรางของวัดนี้เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาในหมู่สังคมนักสะสมเป็นอย่างมาก  เครื่องรางของขลังมีอยู่หลายชนิดตามรายการต่อไปนี้  ตะกรุด, พญาตัวเกิด,  ผ้ายันต์,  กำไล,  แหวน,  ชูชก,  เบี้ยแก้,  เสื้อ,  ผ้าพันคอ,  จุยเจีย,  กระดาษยันต์,  คันฉ่อง,  สติ๊กเกอร์,  ลูกอม,  พระขรรค์ เป็นต้น  แต่ในฉบับนี้ผมขอเขียนเฉพาะเครื่องรางที่เป็นที่นิยมในอันดับต้นๆเท่านั้น

             อันดับแรกคือตะกรุด เป็นเครื่องรางของขลังที่ผูกพัน และเป็นที่รู้จักกันมาช้านานในสังคมคนไทย  ตะกรุดเป็นเครื่องรางชนิดเครื่องคาดที่ปรากฏมาแต่สมัยโบราณ  ตั้งแต่สมัยสุโขทัย  แม้แต่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนหลายๆตอนก็ยังมีบทเสภาขุนช้างขุนแผนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องราง “ตะกรุด”  เช่น ตอนที่ขุนช้างออกตามหานางวันทอง เสภาได้กล่าวถึงการพกพาเครื่องรางของขลังประจำตัวว่า 
                                       “ผูกตัวเข้าเป็นพรวนล้วนเครื่องราง
                                        พระปรอดขอดหว่างมงคลวง
                                        ลูกไข่ดันทองแดงกำแพงเพชร
                                        ไข่เป็ดเป็นหินขมิ้นผง
                                        ตะกรุดโทนของท่านอาจารย์คง
                                        แล้วอมองค์ภควัมล้ำจังงัง”

   


หรือตอนที่ขุนแผนพานางวันทองหนีเข้าป่า ได้เขียนไว้ว่า 
                                      “ไหมทองกรองถักเป็นอักษร
                                        สอดซ้อนเส้นด้ายสายเข็มขัด
                                        ตะกรุดโทนลงยาสารพัด
                                        ประจงจัดวางเสร็จสำเร็จพลัน”

ตะกรุด คือการจารหรือเขียนอักขระทีละตัวลงบนวัสดุหลายๆอย่าง เช่น  โลหะ, หนังสัตว์, กระดูกสัตว์,  ไม้,  กระดาษ, งา  และวัสดุอื่นๆอีกมากมาย  ผู้สร้างจะต้องจารอักขระด้วยตนเองอย่างพิถีพิถัน  อักขระแต่ละตัวจะต้องไม่ทับกันโดยเด็ดขาด  ขณะจารอักขระและเวลาม้วนแผ่นที่จารเป็นที่เรียบร้อย  ผู้สร้างจะต้องว่าคาถากำกับพร้อมทั้งปลุกเสกอีกครั้ง  เพื่อให้ตะกรุดเข้มขลังด้วยอิทธิฤทธิ์วิชาอาคม

             หากกล่าวถึงตะกรุดวัดพุทไธศวรรย์  ย่อมเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในสังคมนักสะสม  เพราะตะกรุดวัดพุทไธศวรรย์มีชื่อเสียงมากทีเดียว  จนมูลค่าในการเช่าบูชาบางดอกราคาถึงตัวเลขหกหลักทีเดียว  ตะกรุดวัดพุทไธศวรรย์จะจัดสร้างขึ้นตามโอกาสและวาระต่างๆในหลายวัตถุประสงค์ เช่น ทำบุญกองผ้าป่าบ้าง  กฐินบ้าง  ไหว้ครูบ้าง  แจกลูกศิษย์บ้างเป็นต้น   มีหลายรุ่นหลายแบบ  อย่างเช่น  ตะกรุดโทนเนื้อตะกั่ว,  ตะกรุดพังพะกาฬนเรศวรปราบหงสา,  ตะกรุดแม่ทัพใหญ่,  ตะกรุดมหาละลวย,  ตะกรุดมหาเศรษฐี,  ตะกรุดมหาเศรษฐีหน้าทอง เป็นต้น  แต่ตะกรุดที่มีชื่อเสียงมากได้แก่  ตะกรุดหทัยรัญจวน,  ตะกรุดเพชรฉลูกรรณ์, ตะกรุดดวงใจจักรพรรดิ และ ตะกรุดสุริยัน-จันทรา  ความหมายและวิธีใช้พกพาก็ต้องบูชาอย่างถูกวิธี เช่น ตะกรุดสุริยัน-จันทรา  จะมีด้วยกันสองดอก  ตะกั่วดอกหนึ่ง และทองแดงดอกหนึ่ง  เวลาบูชาพกพา  ดอกตะกั่วให้เก็บบูชาไว้อยู่ที่บ้าน  ส่วนดอกทองแดงให้พกติดตัวไม่ว่าจะไปไหน  เหตุผลที่ปฏิบัติเช่นนี้เพราะสุริยัน-จันทรา เป็นของคู่กัน  เมื่อตะกรุดดอกตะกั่วอยู่ที่บ้าน  และพกตะกรุดดอกทองแดงออกไป  ยังไงๆผู้พกพาบูชาตะกรุดดอกทองแดงก็ต้องกลับมาบ้านด้วยความปลอดภัยเป็นต้น 

               ตะกรุดวัดพุทไธศวรรย์  เป็นที่ยอมรับของนักสะสมว่าเป็นเลิศทางเมตตามหานิยม  คงกระพันชาตรี  แคล้วคลาดปลอดภัย และที่สำคัญคือสร้างบารมีให้แก่ผู้พกพา  การวางตำแหน่งพกพาตะกรุดนั้นโบราณว่า “ถ้าให้เมตตาให้ห้อยไว้ข้างหน้า   ถ้าให้แคล้วคลาดให้รูดไว้ข้างหลัง  ถ้าเข้าหาเจ้านายหรือผู้ใหญ่ให้ห้อยทางขวา  ท่านจะได้เมตตาเอ็นดู และถ้าจีบสาวให้ห้อยไว้ทางซ้าย  รับรองสาวรักสาวหลง

              อันดับสองคือพญาตัวเกิด หรือปลัดขิก   พญาตัวเกิดของวัดพุทไธศวรรย์สร้างขึ้นจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้รัก,  ไม้พยุง,  ไม้เทพธาโร ,ไม้กัลปังหา  และงาช้างเป็นต้น  โดยมีครูเย็น  คำมี  ซึ่งท่านเป็นบุตรบุญธรรมของหลวงปู่ทิม  วัดละหารไร่  จังหวัดระยอง  เป็นผู้เหลาและจารอักขระตามตำราของ  หลวงปู่ทิม ด้วยตัวเองทุกตัว  พญาตัวเกิด เป็นเลิศทางด้านเมตตา  โชคลาภ  โภคทรัพย์  ร้านค้าขายหากนำใส่ไว้ในกล่องใส่เงิน  วันนั้นจะขายดีเป็นพิเศษ  เป็นต้น

           อันดับสาม คือชูชก  ชูชกคือสุดยอดของเครื่องรางแห่งการขอ  ประวัติของท่านชูชกเป็นขอทานเฒ่า  เป็นคู่บารมีของพระเวสสันดร  ในฐานะผู้ขอ และผู้ให้  ชูชกเป็นผู้ขอหรือขอทานที่มีนิสัยประหยัด  มัธยัสถ์  รู้จักเก็บออม  จนมีทรัพย์สินเงินทองเข้าขั้นเศรษฐี  มีภรรยาที่สวยงดงาม  เครื่องรางชูชกดีทางด้านโชคลาภ  เมตตามหานิยม  เจรจาติดต่อซื้อขาย  ชูชกสร้างตามตำราของหลวงปู่ทิม  โดยมีครูเย็นเป็นผู้จารเช่นเดียวกับพญาตัวเกิด

   

               อันดับสี่คือผ้ายันต์  โดยท่านอาจารย์โชติ  ได้จัดสร้างเป็นครั้งแรก  เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕  ชื่อผ้ายันต์คันฉ่อง  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ท่านได้สร้างผ้ายันต์รุ่นเพชรฉลูกรรณ์  และอีกหลายๆรุ่น  วัสดุที่ใช้สร้างส่วนใหญ่ คือ ผ้า ผ้ายันต์ที่มีชื่อเสียงได้แก่ “ผ้ายันต์ที่สร้างจากผ้ายีนส์”  สร้างจำนวนไม่มากและมีความสวยงามมากๆ ผ้ายันต์ชนิดนี้เป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมมาก  นอกจากผ้ายันต์ยีนส์แล้วยังมีผ้ายันต์เนื้อผ้าสักหลาดอีกด้วย  ชื่อรุ่นของผ้ายันต์  ส่วนมากจะพิมพ์ลงบนตัวผ้ายันต์เอง  ว่าชื่อรุ่นอะไร  สร้างในวาระอะไร  เมื่อไหร่  เป็นต้น

                เอาล่ะครับในฉบับนี้ก็ได้คุยกันพอหอมปากหอมคอเรื่องเครื่องรางของขลังวัดพุทไธศวรรย์แล้วก็ขอฝากไว้สักนิด  วันที่ 19 สิงหาคมนี้  อย่าลืมไปร่วมลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ  ใช้สิทธิ์ของเราเพื่อประเทศไทย  ไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะมาช่วยเรา  ขอให้ทุกๆท่านโชคดีมีชัย  มีแต่ความสุข ความเจริญครับผม  ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นประการใด  ติดต่อผมได้ที่ boonacs@hotmail.com สวัสดีครับ
                                                                                          
                                                                                                        กลุ่มนักสะสม

วันที่ : 11 ธันวาคม 2007 เวลา 15:31:00 น.
อับเดท : 10 กันยายน 2011 เวลา 16:01:58 น.
ดูแล้ว : 7,817 ครั้ง